การ์ตูนไทยไปถึงไหนแล้ว? EP.4 ถอดยุทธศาสตร์ใหญ่ พลิกการ์ตูนไทยไปไกลระดับโลก

แม้ว่าคุณจะไม่ใช่คอการ์ตูนตัวยง มิใช่นักเสพงานหนังสือตัวแม่ แต่คุณเคยตั้งข้อสงสัยบ้างหรือไม่ว่า “เมื่อการ์ตูนไทยไม่ไปไหน แล้วจะมีทางใดขับเคลื่อนการ์ตูนไทยไปไกลระดับโลก?”

หากคุณอยากเห็นการ์ตูนไทยยืนเบียดการ์ตูน Disney สูสี MARVEL COMIC เทียบชั้น One Piece...คุณว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นความจริง หรือได้แค่ฝัน วันนี้แผนสุดเจ๋ง จากเหล่ากูรูวงการการ์ตูนไทยมาเสิร์ฟให้คุณไว้แล้วที่นี่!

“การ์ตูนคือเรื่องของเด็ก” มุมลึกๆ จุดเล็กๆ ที่ภาครัฐมองข้าม (หรือ)?

นางฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม สะท้อนมุมมองภาครัฐให้ฟังว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาของวงการการ์ตูนไทยนั้น ภาครัฐไม่ได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับวงการนี้เท่าใดนัก หากเพราะภาคเอกชนจะเป็นฝ่ายกำกับดูแล ขับเคลื่อนกันเองเสียเป็นส่วนใหญ่ ส่วนบทบาทหน้าที่ของภาครัฐนั้น จะเป็นฝ่ายสนับสนุนเยาวชนที่มีใจรักหวังอยากเป็นนักเขียนมาโดยตลอด

ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม ยกตัวอย่างกิจกรรมของรัฐที่เป็นเครื่องช่วยสนับสนุนการ์ตูนไทยให้เติบโต เช่น กรมส่งเสริมวัฒนธรรมจัดเวทีให้เยาวชนที่ชื่นชอบการ์ตูน และอยากเป็นนักวาดการ์ตูน ได้ฝึกปรือฝีมือ โดยให้นักวาดการ์ตูนมืออาชีพมาเป็นเทรนด์เนอร์ฝึกสอนเทคนิค เคล็ดลับในการวาดการ์ตูนให้แก่เด็กๆ อย่างถูกวิธี

“ในช่วงที่ผ่านมา ภาคส่วนต่างๆ ของวงการการ์ตูนไทย ไม่เคยมีผู้ใดเข้ามาเรียกร้อง หรือขอความช่วยเหลือจากภาครัฐ เพื่อให้เข้าไปช่วยสนับสนุนในส่วนนี้เลย มิหนำซ้ำ การ์ตูนไทยไม่ใช่เรื่องที่อยู่ในความสนใจของผู้ใหญ่ แต่การ์ตูนเป็นเรื่องของเด็กๆเท่านั้น” ฉวีรัตน์ ผู้คร่ำหวอดในกระทรวงวัฒนธรรม มองวงการการ์ตูนจากมุมของภาครัฐ

“ใจนักเขียน บทยอดเยี่ยม จิตรักอ่าน” หนึ่งความคิดเจ้าของผลงานหนูหิ่น

นายผดุง ไกรศรี หรือ เอ๊าะ เจ้าของผลงานการ์ตูนชุด หนูหิ่น อินเตอร์ เชื่อเสมอว่า การ์ตูนคือจุดเริ่มต้นของการอ่านหนังสือ แม้กระทั่ง คนที่อ่านหนังสือไม่ออก ก็สามารถดูการ์ตูนรู้เรื่องและเข้าใจได้ ฉะนั้น หนทางที่จะทำให้วงการการ์ตูนก้าวไกล คือ ทุกภาคฝ่ายควรสนับสนุนให้คนไทยมีแรงบันดาลใจในการอ่านหนังสือ หรือทำให้กลายเป็นค่านิยมไปเสียเลย และอีกหนึ่งประการที่จะทำให้การ์ตูนไทยก้าวไกล คือเศรษฐกิจ หากเศรษฐกิจเติบโตได้ดี ผู้บริโภคก็จะมีแรงซื้อตามไปด้วย

หลายคนอาจเลือกอ่านหนังสือการ์ตูนจากสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ตต่างๆ แต่ตนเชื่อว่า การยอมสละเงินเพียงไม่กี่บาท เพื่อซื้อหาหนังสือการ์ตูนมาเก็บไว้ครอบครอง มันคลาสสิกและมันได้อรรถรสมากกว่าจริงๆ และผมเชื่อว่า หนังสือจะไม่มีวันล้มหายตายจากไปจากโลกนี้ มันอาจจะปรัชญาไปหน่อย แต่ผมเชื่ออย่างนั้น (หัวเราะ)

เอ๊าะ นักเขียนหนูหิ่นอินเตอร์ที่ครองใจคนไทยมายาวนานกว่า 20 ปี แนะข้อคิดแก่นักเขียนรุ่นใหม่ทุกคนว่า "คนเรามักมองเป้าหมายของอาชีพนั้นๆ ไว้ก่อน อย่างนักเขียนก็จะติดอยู่กับเป้าหมายที่ว่า งานเขียนของเราจะมีคนอ่านมั้ย จะขายได้รึเปล่า แต่สำหรับพี่ พี่ไม่เลือกที่จะมองเป้าหมาย แต่พี่เลือกมองเรื่องราวระหว่างทางมากกว่า ในระหว่างทางนั้น มันอาจจะมีขมบ้าง หวานบ้างธรรมดา แต่เราก็เก็บเกี่ยวและหยิบเอารสชาติจากตรงนั้นแหละ มาขีดมาเขียนปรุงแต่งผลงานของเราให้มันมีครบทุกรส เปี่ยมไปทุกอารมณ์"

เชื่อผมซิ ต้องทำได้! “ส่งขายหัวเราะไปโกอินเตอร์”

“วงการการ์ตูนไทยนั้นแคบ มิหนำซ้ำ เราต้องยอมรับเงื่อนไขที่ว่า สังคมไม่ได้ต้องการเสพศิลปะมากมายแต่อย่างใด ฉะนั้น ในมุมนักเขียน สิ่งที่ควรสนใจเป็นอันดับแรก คือ ตัวเอง” ตั้ม-วิศุทธิ์ พรนิมิตร เจ้าของผลงาน ฮีชีอิท (hesheit) ผลงานการ์ตูนอันเป็นที่สนใจของชาวญี่ปุ่น พูดถึงวงการการ์ตูนไทย

ในอีกนัยหนึ่ง ภาครัฐควรมีบรรณาธิการ (editor) เพื่อชี้แนะ และเลือกเฟ้นผลงานการ์ตูนจากนักวาดทางอินเทอร์เน็ต เพื่อสนับสนุนผู้ที่มีไอเดียบรรเจิด เพราะที่ผ่านมาคนกลุ่มนี้มักโดนผู้ใหญ่ดูถูก และเห็นว่าไร้สาระ เพราะฉะนั้น ภาครัฐควรค้นหาคนกลุ่มนี้ และผลักดันให้สำเร็จเติบโต

ขณะที่ อีกวิธีหนึ่งที่สามารถหนุนวงการการ์ตูนไทยได้อีกทางหนึ่งคือ เอาขายหัวเราะไปขายทั่วโลก ลืมไปเลยว่า ชาติอื่นจะไม่เข้าใจมุกตลกของเรา เพราะเรายังเข้าใจมุกตลกของชาติอื่นเลย เพราะงานเหล่านี้ คือ พรสวรรค์ของนักวาดการ์ตูนที่สามารถนำจินตนาการของตัวเองไปเล่าเป็นภาพ เชื่อมโยงเป็นเรื่องเล่า

เซีย ไทยรัฐ แนะทางรวย เปิดช่องหากินนักวาดการ์ตูน

“เซีย ไทยรัฐ” หรือ “ศักดา แซ่เอียว” หนึ่งในนักวาดการ์ตูนการเมืองของประเทศไทย ที่ได้เล่าถึงประวัติของการ์ตูนไทยไว้ใน EP.1 มาถึง EP.4 นี้ “เซีย ไทยรัฐ” ขอพูดคุยพัฒนาการของวงการการ์ตูนไทยในยุคดิจิตอลว่า ยุคนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีนักเขียนการ์ตูนรุ่นใหม่ เนื่องจากขณะนี้ การจะพิมพ์หนังสือสัก 1 เล่มเป็นเรื่องยาก แต่หากนักเขียนรุ่นใหม่ได้ลองปล่อยของลงในโลกสังคมออนไลน์ จนมีคนติดตามมากขึ้น ก็เป็นไปได้สูงที่สำนักพิมพ์เข้ามาติดต่อขอตีพิมพ์เป็นเล่ม

ขณะเดียวกัน “เซีย ไทยรัฐ” ยังเล่าอีกว่า ตอนนี้นักเขียนรุ่นใหม่มีลายเส้นทันสมัย มีแนวเรื่องที่แปลกใหม่ ประกอบตลาดของการ์ตูนมีมากขึ้น เช่น สำนักพิมพ์นำการ์ตูนต่างประเทศเข้ามาตีพิมพ์ หรือนำเรื่องราวของนักวาดการ์ตูนในไทยไปตีพิมพ์ในต่างประเทศ การพัฒนาเป็นแอนิเมชั่น นำไปเป็นสติกเกอร์ในแอพพลิเคชั่นไลน์ หรือสินค้าอื่นๆ ซึ่งคิดว่า จุดนี้ เป็นทางออกที่ดีของอาชีพนี้ เพราะจะทำให้คนที่มีตัวการ์ตูนที่โดดเด่น และมีความขยันสามารถสร้างรายได้ได้มากขึ้น และยืนอยู่อาชีพนี้ได้

ส่วนปัญหาการขาดการสนับสนุนจากภาครัฐนั้น “เซีย ไทยรัฐ” มองว่า ไม่แปลกที่รัฐบาลไม่ได้เข้ามาสนับสนุนการส่งออก หรือการทำการ์ตูนมาก เพราะรัฐบาลจะต้องทุนเรื่องโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ทั้งการศึกษา การค้า การตลาด ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นมาเป็นอันดับแรก

“วงการการ์ตูน ยังไปได้อีกไกล อีกเยอะ ให้ลองดูโมเดลของเกาหลี ญี่ปุ่น การ์ตูนจะเป็นไปตามสภาวะทางสังคม ถ้าเศรษฐกิจโต หนังสือการ์ตูนก็จะโตไปด้วย แล้วยิ่งจะเข้า AEC ก็ยิ่งมีโอกาสมากที่จะเกิดการแลกเปลี่ยนเรื่องราวกับประเทศเพื่อนบ้าน” เซีย ไทยรัฐ กล่าว

แผนบุกตลาดเซมเบ้ “ขยายตลาดเป็น เก่งร่วมทุน รุ่งแน่!”

น้าต๋อย เซมเบ้ นักพากย์การ์ตูนชื่อดัง มองว่า การ์ตูนไทยจะพัฒนาได้ต้อง 1.วาดการ์ตูนได้ 2.ต้องไปหาสมัครพรรคพวก 3.ไปเสนอผลงานต่อสื่อใหญ่ๆ ว่าสนใจหรือไม่ หากเพียงคิดจะเปิดเป็นบริษัทเล็กๆ สักพักก็ตาย ด้วยเงินลงทุนที่น้อย ฉะนั้น เมื่อผลิตออกไปผลตอบรับจึงไม่ดีเท่าที่ควร และที่สำคัญ คนไทยจะต้องศึกษาเรื่องการตลาดให้มาก เพราะเรายังขาดความรู้ด้านการร่วมลงทุนที่ดี และการขยายตลาด

ขณะที่ การตลาด (Marketing) และการร่วมลงทุน เป็นจุดที่สำคัญที่สุดที่วงการการ์ตูนไทยควรพัฒนา ส่วนเนื้อเรื่อง การวาด คนไทยคิดได้ดี เพียงขาดตรงจุดนี้เท่านั้นเอง คนไทยยังนิยมภาพลายเส้นแบบการ์ตูนญี่ปุ่นอยู่ เนื้อเรื่องบางเรื่องเป็นการ์ตูนไทยทั้งหมดเลยก็มี แต่ลายเส้นจะออกไปทางการ์ตูนญี่ปุ่น

ด้วยความที่คนอ่านชาวไทยส่วนใหญ่ ยังคงติดอ่านการ์ตูนลายเส้นแบบญี่ปุ่นอยู่ หากเห็นว่าหนังสือการ์ตูนเล่มนั้นๆ เป็นลายเส้นไทย จะไม่ค่อยนิยมอ่าน เพราะเราติดลายเส้นของญี่ปุ่นมาเยอะมาก พอเราหันมาทำการ์ตูนแบบไทยๆ อย่างปังปอนด์ มีหน้าตา บุคลิกลักษณะแบบไทยๆ จึงเริ่มนิยมขึ้นมา ถ้าทำมากๆ บางทีคนก็ลืมแบบการ์ตูนญี่ปุ่นในการวาดเหมือนกัน ดังนั้น อยู่ที่สื่อจะสนับสนุนการ์ตูนไทยให้ออกไปสู่สายตาประชาชนได้มากน้อยเพียงใด

หากการ์ตูนไทยมีสุดยอดฝีมือนักการตลาด มีกรุนักวาดขั้นเทพ มีบทละครอันเสริมส่ง ก็มิช่วยอันใด หากคนไทยด้วยกันเองบ่ายหน้าเข้าหาวัฒนธรรมอื่น...